กล้วยไม้รองเท้านารี (Lady’s Slipper) เป็นกล้วยไม้สกุล Paphiopedilum มีชื่อเรียกอื่นๆ อีกหลายชื่อ เช่น รองเท้านาง รองเท้าแตะนารี หรือ บุหงากะสุต ในภาษามาเลเซีย อันหมายถึงรองเท้าของสตรี เนื่องจากกลีบดอก หรือที่เรียกว่า “กระเป๋า” มีรูปร่างคล้ายกับรองเท้าของสตรีและรองเท้าไม้ของชาวเนเธอแลนด์
ขนาด 40×60 cm.
ราคา 2,500 บาท
ในสมัยโบราณ เมื่อคนเรามีความรู้ในทางดาราศาสตร์ยังไม่กว้างขวาง คราใดเกิดปรากฎการณ์ จันทรคลาส หรือ สุริยคลาส ก็เข้าใจว่าเป็นเรื่อง พระราหูไล่จับพระจันทร์ และพระอาทิตย์ เมื่อจับได้ก็จะอมไว้ บังเกิดความมืดปกคลุมไว้ หรือเกิดวามกลัวว่า พระจันทร์ พระอาทิตย์ จะดับไปชั่วนิรันดร์ จึงต้องช่วยกันแก้ไขด้วยการ ตีเกราะ เคาะกะลา จุดประทัด ยิงปืน นัยว่าเพื่อทำให้พระราหูตกใจกลัว จะได้คายพระจันทร์ พระอาทิตย์ รีบหลบหนีไป
ราหู ผู้มีอานุภาพร้ายกาจเป็นที่น่าเกรงขาม ส่วนใหญ่มีอยู่ในคัมภีร์โหราศาสตร์ กล่าวไวในรูปตำนานแตกต่างกันหลายฉบับ โดยสมมุติว่าพระราหูเป็นเทวดากึ่งอสูรเกิดจากพระอิศวรเจ้าทรงสร้างขึ้นจาก หัวผีโขมด 12 หัว นำมาป่นแล้วประพรมด้วยน้ำอมฤตจึงเกิดเป็นพระราหูเทวบุตรขึ้นในสวรรค์ชั้นฟ้า มีอิทธิฤทธิ์ไม่ยอมอ่อนน้อมให้แก่ผู้ใด
ขนาด 100×100 cm.
ราคา 12,000 บาท
เมื่อเอ่ยถึงดอกกุหลาบแล้ว หลาย ๆ คนก็คงจะนึกถึงเรื่องความรัก เพราะกุหลาบถือเป็นสัญลักษณ์ของความรักและความโรแมนติก โดยมีบางตำนานเล่าว่า ดอกกุหลาบเป็นเสมือนเครื่องหมายแทนการกำเนิดของ เทพธิดาวีนัส ซึ่งเป็นเทพแห่งความงามและความรัก วีนัสเป็นที่รู้จักกันในชื่อ อโฟรไดท์ ในตำนานเทพของกรีกได้กล่าวไว้ว่า น้ำตาของเธอหยดลงปะปนกับเลือดของ อคอนิส คนรักของเธอที่ถูกหมูป่าฆ่า เลือดและน้ำตาหยดลงสู่พื้นแล้วกลายเป็นดอกไม้สีแดงเข้มหรือดอกกุหลาบนั่นเอง แต่บางตำนานก็เล่าว่าดอกกุหลาบเกิดจากเลือดของ อโฟรไดท์ เองที่หยดลงสู่พื้น เมื่อเธอแทงตัวเองด้วยหนามแหลม
ขนาด 30×30 cm.
ราคา 250 บาท
รองเท้านารีคางกบเป็นรองเท้านารีในประเภทใบลายสีเขียวสลับขาว ปลายใบเรียวแหลม ใบค่อนข้างบาง รูปขอบขนาน ยาว 10-15 ซม. กว้าง 2-2.5 ซม. ก้านช่อดอกยาว 15-20 ซม. ก้านดอกแข็ง ให้ดอกเดี่ยว ดอกมีจุดขาดใหญ่ใหญ่ แต่มีขนที่จุดประปรายอยู่ตามผิวของกลีบในทั้งคู่ กลีบนอกบนตั้งและกว้างเล็กน้อย ริมกลีบสีขาว ด้านในมีเส้น สีม่วงคล้ำบนพื้นสีเขียว กลีบในทั้งคู่แคบ เฉียงลงด้านล่างเล็กน้อย
ขนาด 60×80 cm.
ราคา 7,500 บาท
หม้อน้ำกิน เรียกว่า น้ำหม้อบน ชาวบ้านทางเหนือ จะตั้งหม้อน้ำไว้บนเฮือนน้ำ ทำเป็นร้านยกสูงออกไปนอกชานบ้านเล็กน้อย มุงหลังคา เป็นที่วางหม้อน้ำสำหรับกินและมีกระบวยตักน้ำแขวนไว้ เฮือนน้ำจะประดับตกแต่งให้สวยงาม เช่น หลังคาจะใส่กาแล แขวนดอก กล้วยไม้ป่าไว้ใกล้ ๆ เฮือนน้ำ ดอกกล้วยไม้ที่นิยมนำมาประดับ เช่น เอื้องผึ้ง เอื้องแซะ เอื้องมอนไข่ เอื้องหลวง เป็นต้น เฮือนน้ำ จะเป็นสถานที่ตั้งน้ำไว้บนบ้านอย่างถาวร แต่ถ้าเป็นการตั้งหม้อน้ำไว้ชั่วคราวยามหน้าเทศกาลต่าง ๆ เช่น งานบวช งานปอย หรืองานสำคัญอื่น ๆ ที่มีแขกมาที่บ้านมาก ชาวบ้านจะเอาหม้อน้ำใส่ในซ่อล่อ หรือซองใส่หม้อน้ำ ทำจากไม้ไผ่ โดยตัดไม้ไผ่ เช่น ไผ่รวก ยาว 1-1.5 เมตร ด้านบนผ่าเป็นร่องให้กว้างสานเป็นรูปทรงกลม กลวง เพื่อใส่หม้อน้ำ ส่วนด้านล่างใช้ปักลงไปในดิน เพื่อให้ตั้งได้ ซ่อล่อใส่น้ำจะปักไว้ตามใต้ต้นไม้เพื่อให้คนได้ดื่มกิน
ขนาด 30×40 cm.
ราคา 5,500 บาท




